Spa Massage สปานวดน้ำมัน นวดอโรม่า อาบอบนวด นวดเฉพาะสุภาพสตรี นวดเฉพาะผู้หญิง นวดโดยอาจารย์หมอนวดผู้ชาย นวดเฉพาะจุดสำหรับผู้หญิง นวดผ่อนคลาย นวดคลายเครียด
Spa & Massage รามฤทธิ์ สปา สุภาพบุรุษ เอ็ม รามฤทธิ์ อาจารย์หมอนวดชาย บริการนวดน้ำมัน นวดนอกสถานที่ นวดเฉพาะผู้หญิง นวดปลดปล่อย คลายเครียด นวดเฉพาะจุดหญิง ฝึกเคล็ดลับความงามด้วยพลังทางเพศ เลือกเมนูบริการนวด ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวกาย การเรียนการสอนเทคนิคการนวดน้ำมัน นวดสปา นวดอโรม่า สอนโดยอาจารย์รามฤทธิ์ ติดต่อขอรับบริการ นวดจากอาจารย์ รามฤทธิ์
คลิก กลับไปหน้าแรก อาจารย์บริการนวด ฝึกพลังจิตเสริมความงาม เลือกเมนูรับบริการนวด ผลิตภัณฑ์ บำรุงผิวพรรณ เรียนสอนการนวด สปา ติดต่อรับบริการ

 

ปัจจุบัน แพทย์สมัยใหม่มียาที่สามารถป้องกันโรคเอดส์ได้แล้ว คลิกลิงค์เพื่อดูรายละเอียด
ยาป้องกันโรคเอดส์ ทรูวาดา (Truvada)

 
 

Clinic HIV On Line

ป้องกันและรักษาโรคเอดส์ HIV สร้างภูมิคุ้มกันโรคเอดส์ โดยอาจารย์เอ็ม รามฤทธิ์

เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และรักษาโรคเอดส์ ป้องกันโรคร้าย โรคติดต่อด้วยตัวของท่านเองได้ทาง คลินิคออนไลน์นี้

 
 

คลีนิคออนไลน์ ป้องกัน และรักษาโรคเอดส์ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ฆ่าเชื้อโรคร้าย ฆ่าเชื้อ โรคเอดส์ HIV

เงื่อนไข'ยาป้องกันเอดส์'เซ็กส์กลุ่มเสี่ยง

เงื่อนไข'ยาป้องกันเอดส์'..เซ็กส์กลุ่มเสี่ยง

              คณะกรรมาธิการองค์กรอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) ปิดห้องประชุมเครียดยาวนานกว่า 11 ชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข 22 คนโต้แย้งถกเถียงกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด ก่อนจะแถลงผลคำตัดสินที่เฝ้ารอคอยมานานกว่า 10 ปี!!
    
              วันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา "เอฟดีเอ" ประกาศอนุญาตใช้ยายี่ห้อ "ทรูวาดา" เป็นยาป้องกันติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มียาป้องกันมหันตภัยเชื้อรายเอดส์อย่างเป็นทางการ โดยผู้เชี่ยวชาญข้างต้นตัดสินใจจากผลวิจัยเชิงลึกหลายชิ้น ที่เฝ้าศึกษาคู่รักชาวเกย์และคนทั่วไปของหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งได้ผลสรุปยืนยันตรงกันว่ายาตัวนี้สามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อเอชไอวี จากคู่นอนได้มากถึง 40-75 เปอร์เซ็นต์ แต่ทว่ายาตัวนี้ไม่ใช่ยาวิเศษ วิธีใช้ให้ได้ผลต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข 4 ประการ 
  
              "ทรูวาดา" เป็นชื่อยี่ห้อยาของบริษัท กิลเลียด ไซเอ็นซ์  (Gilead Science) ประเทศสหรัฐอเมริกา วางขายตั้งแต่ปี 2547 เพื่อใช้เป็นยาต้านไวรัสเอชไอวียาทรู วาดา 1 เม็ด ประกอบด้วยตัวยา 2 ชนิดผสมกันคือ "ทีโนโฟเวียร์" (Tenofovir) 300 มก. กับ "เอ็มไตรซิทาบีน"  (Emtricitabine) 200 มก. หลายปีที่ผ่านมา ทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้ผลิตยาตัวนี้พยายามพิสูจน์ว่ายานี้ ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์เท่านั้น แต่เป็นยาให้คนปกติที่ยังไม่มีเชื้อไวรัสเอชไอวีหรือเชื้อเอดส์ในร่ายกาย สามารถกินป้องกันไม่ให้ติดเชื้อเอชไอวีได้ด้วย กรณีจำเป็นต้องไปมีเพศสัมพันธ์แบบสุ่มเสี่ยง เช่น คู่ขาเกย์ หญิงบริการทางเพศ หรือคู่รักที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีเชื้อเอดส์ในร่างกายแล้ว จากสมมุติฐานว่า หากร่างกายของคนมียาต้านไวรัสเอดส์อยู่ในกระแสเลือด เมื่อไปสัมผัสหรือรับเชื้อจากการมีเซ็กส์กับผู้ติดเชื้อเอชไอวียาต้านจะช่วยกำจัดเชื้อร้ายตัวนี้ได้ทันที หรือช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อลงได้
    
              รศ.นพ.สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ ผอ.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายการวิจัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี อธิบายว่า หลักการทำงานของยาต้านไวรัส คือ เมื่อกินเข้าไปแล้วจะซึมเข้ากระแสเลือด หากร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวีไม่ว่าจะโดยการสัมผัสเมือกหรือด้วยวิธีใด ก็ตาม ตัวยาจะมีฤทธิ์ทำลายเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่ให้ติดเชื้อเข้าสู่ร่างกาย แต่การกินยาป้องกันเอดส์จะได้ผลต้องมีเงื่อนไข 4 ข้อคือ 1.ต้องไม่เป็นผู้มีเชื้อเอชไอวีในร่างกายมาก่อน หมายความว่า ต้องหมั่นตรวจเลือดซ้ำทุก 6 เดือนจนมั่นใจ 2.ต้องกินยาล่วงหน้า 5-7 วัน ก่อนมีเพศสัมพันธ์กับผู้มีเชื้อเอชไอวี เนื่องจากตัวยาต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะซึมเข้าสู่กระแสเลือด 3.ระหว่างที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับกลุ่มเสี่ยงต้องกินยาสม่ำเสมอทุกวัน ห้ามหยุด จะหยุดได้ต่อเมื่อเลิกพฤติกรรมนั้นแล้ว เช่น เกย์ยังไม่มีแฟนแล้วชอบไปเที่ยวเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยๆ ต้องกินยาทุกวันจนกว่าจะเลิกเที่ยว หรือภรรยามีสามีติดเชื้อเอดส์เมื่อ หย่ากันแล้วและไม่ได้มีเซ็กส์กับคนอื่นอีกสามารถหยุดกินได้ ส่วนข้อ 4 เป็นเงื่อนไขที่หลายฝ่ายกังวลใจมากที่สุด และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำเสมอคือ ต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยทุกครั้ง เนื่องจากถุงยางอนามัยจะป้องกันเชื้อโรคอื่นๆ ด้วย เช่น หนองใน ซิฟิลิส ฯลฯ และลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีไม่ให้เข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก 
          
              นพ.สุวัฒน์ เล่าว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 6 ประเทศ ที่ร่วมโครงการวิจัยชื่อ "การให้ยาต้านไวรัสล่วงหน้าเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในผู้ชาย (พิมาน)"  หรือเรียกสั้นๆ ว่า โครงการวิจัย "iPrEx" ส่วนอีก 5 ประเทศ คือ อเมริกา เปรู เอกวาดอร์ แอฟริกาใต้ และบราซิล โดยได้รับเงินสนับสนุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา และมูลนิธิบิลแอนด์เมลินดา เกตส์ งานวิจัยเริ่มตั้งแต่ปี 2552 ใช้กลุ่มตัวอย่าง 114 คน ผลปรากฏว่า 42 เปอร์เซ็นต์ได้ผลดีไม่มีการติดเชื้อเอดส์แต่ถ้าวิเคราะห์เจาะลึกในกลุ่มคนที่กินยาสม่ำเสมอทุกวัน จะพบว่าได้ผลดีมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ โดยยาทรูวาดานี้ต้องกินวันละ 1 เม็ด
  
              "แม้ยาทรูวาดาจะผ่านการอนุมัติจากเอฟดีเอของอเมริกาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของเมืองไทย ขึ้นอยู่กับบริษัทเจ้าของยาว่าจะยื่นเรื่องอย่างไร เพราะที่ผ่านมายาตัวนี้ขายในเมืองไทยลักษณะเป็นยาต้านไวรัสเอดส์ไม่ ใช่ยาป้องกัน ราคาเม็ดละประมาณ 50 บาท และยังไม่รู้ว่าจะรวมอยู่ในบัญชียาของระบบประกันสุขภาพหรือไม่ แต่ไม่ควรให้มีวางขายทั่วไปตามร้านขายยา เพราะคนที่ต้องการกินควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิด" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นกล่าวแนะนำ 
 
              ขณะที่ ศ.นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภา กาชาดไทย กล่าวเตือนว่า กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อเอดส์ของไทยมี 4 กลุ่มคือ ชายรักชาย หญิงบริการทางเพศ เด็กวัยรุ่นที่มีเซ็กส์ไม่ป้องกัน และภรรยาที่แต่งงานกับผู้ติดเชื้อเอดส์หาก ยาป้องกันไวรัสเอชไอวีข้างต้นอนุญาตให้ขายได้ในเมืองไทย จะช่วยผู้ที่ต้องมีเพศสัมพันธ์กับคนกลุ่มนี้มีโอกาสได้ป้องกันตัวเอง แต่ป้องกันได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงต้องกินยาควบคู่กับการใช้ถุงยางอนามัยซึ่งได้ผลเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญคือผู้ตัดสินใจกินยาต้องกินสม่ำเสมอห้ามกินๆ หยุดๆ เพราะจะทำให้เชื้อดื้อยาได้ สุดท้ายก็จะไม่ได้ผล คนไทยมักไม่มีวินัยในการกินยา จึงต้องระมัดระวังอย่างมากยาตัว นี้ขายในเมืองไทยเม็ดละ 50 บาท แต่ถ้าซื้อที่ต่างประเทศจะแพงกว่าประมาณ 10 เท่า หากดื้อยาตัวนี้แล้ว เมื่อติดเชื้อเอดส์จะต้องกินยาตัวอื่นที่มีราคาแพงกว่าหลายเท่า จึงอยากเตือนผู้ที่จะซื้อยาทรูวาดามากิน ให้ระมัดระวังปฏิบัติตามเงื่อนไขที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด    

 คนไทยติด"เอดส์"ชั่วโมงละ1คน

              ทั่วโลกมีผู้ติดไวรัสเอชไอวีแล้วกว่า 60 ล้านคน เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 30 กว่าล้านคน ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 33 ล้านคน มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มปีละ 2.6 ล้านรายกระจายอยู่ทั่วโลก สำหรับประเทศไทยข้อมูลสภากาชาดไทยปี 2554 ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อเอดส์แล้ว 1.1 ล้านคน ในแต่ละวันมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 27 คน หรือไม่ต่ำกว่าชั่วโมงละ 1 คน

สถาบันักวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยผลการวิจัยยืนยันประสิทธิภาพของยาทรูวาดาในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี

ยาป้องกันและรักษาโรคเอดส์ ทรูวาดา Truvada

เมือง ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 12 กันยายน 2555, ได้มีการเปิดเผยเกี่ยวกับผลการศึกษาวิจัยใหม่จากทีมนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญทาง ด้านเอชไอวี/เอดส์ ระหว่างประเทศ ยืนยันถึงประสิทธิภาพของยาทรูวาดา ซึ่งถือเป็นยาต้านไวรัสตัวแรกและเป็นยาตัวเดียวที่ได้รับการอนุมัติจากสำนัก งานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศสหรัฐเพื่อใช้ในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ได้ รายงานวิจัยใหม่นี้ นำทีมวิจัยโดยนายแพทย์โรเบิร์ต แกรนท์ จากสถาบันแกลดสโตน และดอกเตอร์ปีเตอร์ แอนเดอร์สัน จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด โดยเป็นการศึกษาหาค่าความเข้มข้นของระดับยาต้านไวรัสทรูวาด้าที่สามารถช่วย ป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวี/เอดส์ได้ ผลการศึกษานี้ช่วยให้เราเข้าใจถึงศักยภาพของตัวยาทรูวาด้าและช่วยเปิดโอกาส ให้เราเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางใหม่ ๆ ในการใช้ยาต้านไวรัสในขนาดยาที่แตกต่างกันมากขึ้น

ผลการศึกษาวิจัยใหม่ซึ่งได้มีการตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านทางออนไลน์ในวารสาร Science Translational Medicine เรื่องนี้ เป็นงานวิจัยต่อเนื่องมาจากงานวิจัยทางคลินิกชื่อโครงการ iPrEX ที่ มีนายแพทย์แกรนท์และคณะ เป็นทีมวิจัย ซึ่งได้มีการเปิดเผยผลการศึกษาไปเมื่อปลายปี พ.ศ 2553 ว่า การนำเอายาต้านไวรัสเอชไอวีที่มีชื่อว่ายาทรูวาด้า ซึ่งปกติเป็นยาต้านที่นำมาใช้เพื่อรักษาผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีอยู่นั้น สามารถนำมาใช้กินล่วงหน้าเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในคนไม่ติดเชื้อแต่ มีโอกาสเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวีได้ แต่ปัญหาที่ยังค้างคาอยู่ก็คือ หากมีการนำยาต้านนี้มาใช้โดยทั่วไปจริง จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้ดีเพียงใดโดยเฉพาะปัญหา เกี่ยวกับการที่จะต้องกินยาอย่างเคร่งครัดต่อเนื่องวันละเม็ดทุกวัน

นาย แพทย์แกรนท์ ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ ประจำอยู่ที่สถาบันแกลดสโตน สังกัดมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยว่า “หลังจากเริ่มต้นโครงการวิจัย iPrEx ก็มีความวิตกกังวลว่า ผลของยาต้านทรูวาด้าในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวียังมีความไม่แน่นอน เพื่อที่จะให้การป้องกันการติดเชื้อได้ผลแน่นอน จำเป็นที่จะต้องรับประทานยาต้านอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันตามที่กำหนด ผลจากการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมใหม่นี้ ช่วยแสดงให้เห็นว่า ยาต้านทรูวาดายังสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้ ถึงแม้ว่าบุคคลนั้นจะไม่ได้กินยาต้านเป็นประจำทุกวันอย่างสมบูรณ์ก็ตาม”

การ ที่เราต้องรับประทานยาติดต่อกันทุกวันให้ได้อย่างสมบูรณ์เป็นเรื่องที่ ปฏิบัติได้ยากสำหรับคนทั่วไป แต่การที่เราจะรู้ว่าคนไข้ได้กินยาจริงทุกวันตามที่แพทย์กำหนดหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายมากเช่นกัน เป็นไปได้ที่คนไข้ทั่วไปมักจะรายงานเกี่ยวกับการกินยาสูงกว่าที่เป็นจริง เพราะเขาคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่แพทย์ต้องการที่จะได้ยิน ดังนั้นทีมนักวิจัยจึงจำเป็นที่จะต้องหาวิธีการที่ดีกว่าในการคำนวณ ประสิทธิภาพของยา ทรูวาดาในกรณีที่อาจมีการรับประทานยาต่อเนื่องที่แตกต่างกันออกไปด้วย

ในการนี้ ทีมวิจัยจึงได้มีการวิจัยทดลองทางคลินิกโดยการให้อาสาสมัครที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวีจำนวน 24 ราย ได้รับประทานยาต้านในจำนวนที่แตกต่างกัน คือ สองวัน สี่วัน และเจ็ดวัน ต่อสัปดาห์ การวัดระดับความเข้มข้นของยาต้านในเลือดที่ได้มาจากอาสาสมัครเหล่านี้ จะช่วยสะท้อนให้เราทราบถึงระดับความสม่ำเสมอในการรับประทานยาของคนไข้ได้ จากนั้นนักวิจัยจึงได้สร้างรูปแบบจำลองเพื่อเปรียบเทียบระดับความเข้มข้นของ ยาต้านในเลือดที่วัดได้จากอาสาสมัครในโครงการวิจัย iPrEX เพื่อที่จะศึกษาว่า อาสาสมัครในโครงการ iPrEX นั้น มีการรับประทานยาต้านอย่างสม่ำเสมอทุกวันหรือไม่ และผลของการกินยาต้านต่อเนื่องในระดับที่แตกต่างกันออกไป จะยังช่วยป้องกันอาสาสมัครจากการติดเชื้อเอชไอวีได้มากน้อยแค่ไหน

ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นหัวหน้าร่วมในโครงการวิจัย iPrEX ของประเทศไทย ได้กล่าวว่า “ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะจากผลการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบนี้ เราพบว่าอาสาสมัครโครงการวิจัย iPrEx ที่ แม้จะไม่ได้รับประทานยาต้านอย่างต่อเนื่องทุกวันจริง ๆ ก็ยังให้ผลในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ โดยการวิเคราะห์เปรียบเทียบพบว่า หากมีการรับประทานยาทรูวาด้าอย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ (แทนที่จะเป็น 7 เม็ดต่อสัปดาห์หรือกินทุกวัน) ยังสามารถช่วยลดโอกาสการติดเชื้อเอชไอวีได้สูงถึง 96% และยังพบอีกว่า หากระดับความเข้มข้นของยาต้านในเลือดสูงเท่ากับการกินยา 7 วันต่อสัปดาห์หรือกินยาครบทุกวัน จะมีประสิทธิภาพในการลดโอกาสการติดเชื้อเอชไอวีได้สูงถึง 99% จากผลการศึกษาเปรียบเทียบนี้”

โดย ปกติทั่วไป การประเมินความสม่ำเสมอหรือวินัยในการรับประทานยาต้านเพื่อการป้องกัน ตัวอย่างเช่น ยาทรูวาดา มักเป็นการวัดเชิงคุณภาพ เช่น “เพียงพอ” หรือ “สมบูรณ์” แต่ การศึกษาวิจัยนี้ถือเป็นการศึกษาวิจัยครั้งแรกที่กำหนดวัตถุประสงค์ว่า ต้องการศึกษาหาวิธีวัดเชิงปริมาณเพื่อประเมินระดับความเข้มข้นของยาในร่าง กาย เพื่อให้สามารถนำไปใช้เปรียบเทียบกับระดับความเข้มข้นของยาต้านที่มี ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ ผลการศึกษานี้ช่วยเปิดประตูให้เราสามารถศึกษาหาวิธีการเพื่อประเมินจำนวนของ ขนาดยาที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งน่าจะช่วยทำให้การใช้ยามีราคาลดลง มีความสะดวกมากขึ้น และสามารถปรับให้เข้ากับนิสัยของคนได้มากขึ้น 

ดร.แอนเดอร์สันกล่าวว่า “สิ่ง ต่อไปที่เราจะทำอย่างเร่งด่วน ก็คือ การพัฒนาวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ได้ง่าย แต่มีประสิทธิภาพที่จะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความสม่ำเสมอในการรับประทาน ยาต้านของคนไข้ เพื่อจะได้รู้ว่า ยาทรูวาดาจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ดีมากน้อยแค่ไหน ในขณะที่ปัจจุบันเรายังไม่ทราบผลของการศึกษาวิจัยที่กำลังอยู่ระหว่างการ ดำเนินการเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการป้องกันการติดเชื้อโดยการรับประทานยา ต้านในขนาดแตกต่างกันออกไป ฉะนั้นข้อแนะนำในการรับประทานยาต้านไวรัสทรูวาด้าเพื่อการป้องกันการติด เชื้อในทางเวชปฏิบัติ ที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ของประเทศสหรัฐอเมริกา ก็คือ การต้องรับประทานยาทรูวาดาหนึ่งเม็ดต่อวัน ต่อไป”   

นพ. แกรนด์ ได้กล่าวว่า “คนไข้ควรจะรับประทานยาหนึ่งเม็ดต่อวันเพื่อให้ได้ผลในการป้องกันการติด เชื้อได้ดีที่สุด และเราขอสนับสนุนให้ประชาชนเลือกใช้วิธีการที่หลากหลายเพื่อป้องกันการติด เชื้อเอชไอวีร่วมกันไปด้วย เช่น การใช้ถุงยางอนามัยเป็นประจำ การรักษาด้วยยาต้านไวรัสในคู่นอนที่ติดเชื้อเอชไอวีให้เร็วขึ้น การสื่อสารที่ดี รวมถึงวิธีการขริบอวัยวะเพศชาย เป็นต้น เราหวังว่าสิ่งที่เราค้นพบในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยให้เรามีเครื่องมือในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีที่มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดจะไปช่วยลดการแพร่ระบาดของเอชไอวี/เอดส์ ในแต่ละประเทศทั่วโลกได้”

การศึกษาวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา และทุนสนับสนุนร่วมจากมูลนิธิบิลและมาลินด้า เกทส์

 

เกี่ยวกับยาทรูวาดา

ยาทรูวาดาผลิตโดยบริษัทจีลีด ไซแอนเซส (Gilead Sciences) ซึ่งได้บริจาคยาสำหรับการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิจัยโดยตรง  ยาทรูวาดา เป็นยาเม็ดเดียวที่ประกอบด้วยตัวยาสองชนิด (คือเอ็มทริซิทาบิน และทีโนโฟเวียร์ ไดโซพร็อกซิล ฟูมาเรท)  โดยยานี้สามารถหาได้ในชื่อยาอื่นอีก ซึ่งประกอบด้วยตัวยาเดียวกัน แต่จำหน่ายในราคาที่ถูกลงสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาหรือประเทศยากจน

 

เกี่ยวกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาวิจัยโครงการ iPrEx ร่วมกับประเทศอื่น ๆ อีก 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเปรู ประเทศเอกวาดอร์ ประเทศบราซิล ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอัฟริกาใต้ และประเทศไทย  สำหรับประเทศไทย มีการดำเนิน การวิจัยที่คลินิกของโครงการฯ คือ พิมานเซ็นเตอร์พิมานเซ็นเตอร์ ซึ่งเปิดเป็นคลินิกที่ให้บริการสุขภาพทางเพศสำหรับชายโดยเฉพาะ ได้แก่ กลุ่มเกย์ สาวประเภทสอง และชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันยังคงมีอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ iPrEx ระยะเปิดฉลากยา ต่อเนื่องอีกจำนวนหนึ่ง

 




 

 


 

 

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเชิงวิชาการในการรักษาโรคเอดส์ HIV กับแพทย์แผนปัจจุบัน
คลิกที่รูปภาพข้างล่างนี้ เข้าสู่หน้าเพจ

วิธีป้องกัน และรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ผู้ป่วยโรคเอดส์ ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน โดยอาจารย์ เอ็ม รามฤทธิ์

 

สำหรับคุณผู้หญิงที่สนใจในการบริการนวดน้ำมันบำรุงผิวพรรณ นวดคลายเครียด
คลิกไปที่ เมนูรับบริการนวด และราคาคอสให้บริการนวด สปา อโรม่า นวดกับอาจารย์ เอ็ม รามฤทธิ์

ติดต่อนัดบริการนวดน้ำมัน นวดบำรุงผิวพรรณ นวดผ่อนคลาย นวดคลายเครียด นวดปลดปล่อย ติดต่อไอดีไลน์ girlxclub

 

บริการนวด สปา อโรม่า นวดน้ำมัน นวดบำรุงผิวพรรณ นวดผ่อนคลาย นวดคลายเคลียด นวดนอกสถานที่โดยหมอนวดชายนวดผู้หญิง นวดเฉพาะจุดผู้หญิง

Spa Massage นวดเฉพาะสตรี ผู้หญิง